อยากได้ Mercedes-Benz GLC Electric แต่ไม่อยากจ่ายถึงรุ่นท็อป? ล่าสุด Mercedes-Benz เปิดตัว GLC Electric รุ่นใหม่ เพิ่มทางเลือกที่เข้าถึงง่ายขึ้น ด้วย GLC 250 Electric และ GLC 300 4MATIC Electric ที่มาพร้อมราคาย่อมเยากว่าเดิม แต่ยังคงสมรรถนะและเทคโนโลยีระดับพรีเมียมไว้อย่างครบถ้วน

GLC
ไฮไลท์สำคัญของ GLC Electric รุ่นใหม่ คือการใช้แบตเตอรี่ขนาด 85 kWh ซึ่งเล็กกว่ารุ่นท็อปเล็กน้อย ช่วยลดราคาจำหน่ายลง แต่ยังรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุดถึง 320 kW สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 22 นาที
รุ่นเริ่มต้น GLC 250 Electric มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 349 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที และวิ่งได้ไกลสูงสุด 650 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP


ส่วน GLC 300 4MATIC Electric ขยับความแรงขึ้นด้วยมอเตอร์คู่และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 416 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที พร้อมระยะทางวิ่งสูงสุด 616 กิโลเมตร



ขณะที่รุ่นท็อป GLC 400 4MATIC Electric ยังคงมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 94 kWh กำลังสูงสุด 483 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที และวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 715 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ด้านราคา GLC 250 Electric เปิดตัวในยุโรปที่ 68,306 ยูโร หรือประมาณ 2.55 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่ารุ่น GLC 400 4MATIC Electric ราว 111,000 บาท ขณะที่ในสหราชอาณาจักรมีราคาเริ่มต้นประมาณ 2.47 ล้านบาท ด้านราคา GLC 250 Electric เปิดตัวในยุโรปที่ 68,306 ยูโร หรือประมาณ 2.55 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่ารุ่น GLC 400 4MATIC Electric ราว 111,000 บาท ขณะที่ในสหราชอาณาจักรมีราคาเริ่มต้นประมาณ 2.47 ล้านบาท
สรุปแล้ว Mercedes-Benz กำลังขยายไลน์อัป GLC Electric ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเน้นลูกค้าที่ต้องการ SUV ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในราคาจับต้องง่ายกว่าเดิม แม้ระยะทางวิ่งจะลดลงเล็กน้อยจากรุ่นท็อป แต่ยังคงได้สมรรถนะที่โดดเด่น เทคโนโลยีทันสมัย และระบบชาร์จเร็วระดับแนวหน้าของตลาด EV ในปัจจุบัน