
Triumph Motorcycles และ MotoGP™ ประกาศการอัปเกรดครั้งสำคัญของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน Moto2™ World Championship ซึ่งนับเป็นอีกก้าวของการยกระดับสมรรถนะและมาตรฐานการแข่งขันของคลาสดังกล่าว ก่อนการแข่งขัน British Grand Prix ณ สนาม Silverstone ที่กำหนดจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้
เครื่องยนต์ไทรอัมพ์ขนาด 765 ซีซี ได้รับการพัฒนาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอัปเกรดระบบส่งกำลังเกียร์เพื่อเพิ่มพละกำลัง และรีดสมรรถนะสูงสุดของเครื่องยนต์ ความก้าวหน้าดังกล่าว ประกอบกับความร่วมมือกับพันธมิตรของการแข่งขัน Moto2™ World Championship สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ของการแข่งขัน ด้วยการทำลายสถิติเวลาต่อรอบ ทั้งการแข่งขันในสนามและสถิติตลอดกาล รวมเกือบ 100 รายการ ตลอดระยะเวลา 8 ฤดูกาลของการแข่งขัน
เครื่องยนต์การแข่งขัน Moto2™ รุ่นใหม่ที่ให้พละกำลังสูงยิ่งขึ้น ไทรอัมพ์ได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมจากการแข่งขัน Moto2™ World Championship ตั้งแต่ปี 2019 รวมระยะทางเกือบ 2 ล้านกิโลเมตร มาต่อยอดและพัฒนาเครื่องยนต์ที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้วให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อมอบสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อมยกระดับการแข่งขันให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

หัวใจสำคัญในการพัฒนาครั้งนี้ คือการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศเข้าสู่กระบอกสูบ โดยไทรอัมพ์ได้ออกแบบฝาสูบใหม่ทั้งหมด พร้อมพัฒนาระบบวาล์วที่มีมวลเฉื่อยต่ำ รวมถึงช่องไอดีที่ให้อัตราการไหลของอากาศสูงขึ้น และห้องเผาไหม้ดีไซน์ใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มอัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์ พร้อมมอบแรงบิดที่มากขึ้นทุกช่วงรอบเครื่องยนต์
ขณะเดียวกัน ไทรอัมพ์ยังได้ออกแบบห้องข้อเหวี่ยง และชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด ให้สามารถรองรับกำลังและแรงบิดที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมคงไว้ซึ่งความทนทานและความน่าเชื่อถือสำหรับการใช้งานในสนามแข่ง การพัฒนาทุกองค์ประกอบดังกล่าว ยังช่วยลดน้ำหนักเครื่องยนต์โดยรวมลง 2 กิโลกรัม ซึ่งทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบและปรับจูนใหม่อย่างพิถีพิถัน ภายใต้เป้าหมายเดียวคือ การส่งมอบสมรรถนะที่เหนือกว่า เพื่อก้าวสู่ยุคใหม่ของการแข่งขัน Moto2™ ที่เข้มข้นและเร้าใจยิ่งกว่าเดิม

เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ให้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นประมาณ 6% พร้อมการปรับเปลี่ยนความจุเครื่องยนต์ เพื่อยกระดับสมรรถนะของการแข่งขันให้ก้าวไปอีกขั้น ซึ่งไทรอัมพ์ เตรียมเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้
การเปิดตัวเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขันรุ่นใหม่นี้ จะส่งผลต่อผู้ผลิตโครงรถจักรยานยนต์เช่นกัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องพัฒนาโครงรถจักรยานยนต์ขึ้นใหม่ทั้งหมดสำหรับฤดูกาล 2027 โดยเฉพาะในส่วนของการจัดวางตำแหน่งช่องรับอากาศ รวมถึงจุดยึดเครื่องยนต์ที่จะต้องได้รับการออกแบบใหม่ให้สอดรับกับเครื่องยนต์รุ่นล่าสุด